ภูมิใจที่เกิดเป็นคนอีสานและเป็นลูกหลานเมืองอุบลราชธานี
ผมติดค้างไว้นานครับ ที่เคยรับปากไว้ว่าจะนำเรื่องราวของการไปเยี่ยมบ้านของต่าย อรทัย นักร้องสาวจากบ้านแสนชะนี อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี มาเล่าสู่ฟัง ซึ่งผมไปครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๔๙ คราวนี้ แต่ติดขัดด้วยโอกาสและเวลา และครั้งที่สอง เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๔๙ ครับ วันนี้มีโอกาสเลยขอประมวลมาเป็นเรื่องเดียวกันเลยนะครับ
ขอรวบรัดตัดตอนเอาเฉพาะการไปครั้งที่สองนะครับ เพราะการไปครั้งนี้ผมพยายามเก็บรายละเอียดการเดินทางมาได้มากกว่าการเดินทางครั้งแรก ซึ่งการไปครั้งก็มัวแต่แปลกเส้นทางไปหน่อยเพราะเดินทางจากอุบลฯ ไปยังช่องเม็ก แล้วค่อยไปยังอำเภอนาจะหลวย แต่ครั้งที่สองนี้เราเดินทางไปยังบ้านของ ต่าย อรทัย เป็นเป้าหมายแรกครับ
เริ่มต้นด้วยการออกเดินทางราวสองโมงเช้าครับ ก่อนเดินทางต้องหาอะไรใส่ท้องก่อน เพราะยึดหลัก "กองทัพเดินทางได้ด้วยท้อง" ตอนแรกก็ครุ่นคิดอยู่ว่าจะกินอะไรดี ฝ่ายหนุ่มกำปอ ผู้ร่วมเดินทาง (เป็นเจ้าของรถและเป็นโชเฟอร์ด้วย) บ่นว่าอยากกินข้าวต้ม ตระเวนหาไปเรื่อย ๆ ไปเจอ เลยนึกได้ว่าไหน ๆ คนกรุงเทพฯ มาเยี่ยมสักที ต้องพาไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อลือชาของอุบลฯ สักหน่อย เลยตรงไปยังร้าน "มิตรสัมพันธ์" รับกันคนละชามด้วยคนเอร็ดอร่อย เก็บภาพร้านและคนขายเป็นที่ระลึก แล้วก็เดินทางต่อไป
เดินทางไปตามถนน "เขื่อนธานี" มุ่งหน้าไปยังร้าน "กุนเชียงทนายแดง" ร้านที่ขึ้นชื่อของอุบลราชธานีว่ากุนเชียงอร่อย ไม่มีมันปน เพื่อเป็นของฝาก "ยายทองคำ" ยายของน้องต่าย เจ้าของร้านอัธยาศัยดีมากครับ ต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มน่าประทับใจ ยิ่งเป็นสาวสวย ๆ แล้วทำให้ใจผมไหวหวั่น (ว่าเข้าไปนั่น) หนุ่มกำปอก็เลือกสินค้าไปหลายรายการ ทั้งกุนเชียง หมูหยอง เค็มบักนัด เดินไปจ่ายเงินกับคนสวย (ที่เห็นในภาพ) คนขายก็ใจดีเหลือเกิน แถมมันฉาบด้วยอีก ๑ ถุงใหญ่ (ให้เลือกเอาว่าจะเอากล้วยหรือมัน)
ถึงแล้วครับ บ้านของต่าย อรทัย สาวนักร้องเสียงใสแห่งอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อไปถึง ไม่พบ "ยายทองคำ" ครับ เพราะความประสงค์ครั้งนี้คือไปเยี่ยมยายทองคำ เราพบแต่พี่สาวของแม่ต่าย ท่านบอกเราว่ายายอยู่บ้านตรงข้าม คุยกับแม่ของต่ายอยู่ เนื่องในวันนั้นแม่ของต่ายนำผ้าป่ามาจากกรุงเทพ "ยาย ๆ มีคนมาหา" เสียงของพี่สาวแม่ต่ายเรียกยาย สักพักยายก็เดินข้ามถนนมาครับ (ยังแข็งแรงเหมือนเดิม)
"ยายจำผมได่บ่" ผมถามยาย ฝ่ายหนุ่มกำปอก็ถามมั่ง "ยายจำผมได้ไหม" ยายเดินเข้าดูหน้าใกล้ ๆ เพราะยายบอกว่าสายตาไม่ค่อยดี "จำได่อยู่" ยายบอก หลังจากนั่งถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันพอสมควร ผมจึงขอรดน้ำขอพรยาย โดยพี่สาวของแม่ต่าย เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เราพร้อมสรรพ เราสองคนจึงรดน้ำขอพรยาย และยายก็ให้พรพร้อมผูกข้อมือให้เราทั้งสองคน
ได้เวลาพอสมควร มองดูนาฬิกาเป็นเวลา ๑๒.๔๐ น. เราก็ถามทางถึงเป้าหมายที่เราจะเดินทางต่อไป นั่นคือ "อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย" เพื่อจะไปเที่ยวน้ำตกห้วยหลวงหรือบักเตว และเราก็กล่าวคำลายายและป้าของต่ายไป โดยให้สัญญาว่าสงกรานต์ปีหน้าจะมาใหม่
(พอแค่นี้ก่อนนะครับ เหนื่อยแล้ว อาจจะมาเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป และเดี๋ยวจะมาเล่าบรรยากาศเที่ยวน้ำตกห้วยหลวงหรือบักเตว ต่อครับ)
ข้อมูลโดย....... ออนซอน
10 กรกฎาคม 2551 : เวลา 18:21 น.
www.onsorn.com