.....ครับ

ภูมิใจที่เกิดเป็นคนอีสานและเป็นลูกหลานเมืองอุบลราชธานี

 

สลา คุณวุฒิ
สมคิด สอนอาจ
นพดล ดวงพร
ทองใส ทับถนน
พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา
พ่อใหญ่ทอง ล้อมวงศ์
คำหมาน  คนไค
 
 
 
 

มาเป็นเพื่อนบ้านออนซอน..กันเด้อ

       นายสลา คุณวุฒิ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรม การประพันธ์เพลง

ครูสลา คุณวุฒิ ผู้สร้างสรรค์เพลงลูกทุ่งไทยให้กลับมาได้รับความนิยมจากคนไทยได้อีกครั้งอย่างยั่งยืน โดยการนำเอารูปแบบเพลงลูกทุ่งไทยจากครูเพลงรุ่นเก่าในอดีต มาประยุกต์เข้ากับแนวเพลงใหม่หลายรูปแบบ กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเพลงลุกทุ่งยุคใหม่ ที่สามารถสะท้อนภาพชีวิตจริงของสังคมไทยได้ทุกระดับ จนได้รับการยอมรับจากคนไทยทั่วประเทศ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในปัจจุบัน

         การศึกษา ชีวิตและการทำงาน

ครูสลา คุณวุฒิ เกิดในครอบครัวชาวนาในชนบทภาคอีสาน เข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่บ้านเกิด โรงเรียนบ้านนาหมอม้า อำเภออำนาจเจริญ ระดับมัธยมศึกษาที่อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ก่อนจะเข้ามาศึกษาต่อจนจบ ป.กศ.สูง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี และออกไปใช้ชีวิตครูอยู่ใกล้กับบ้านเกิดที่อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ (อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนแยกตัวเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) ขณะเดียวกันได้ศึกษาด้วยตนเองจนจบระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช  สาขาบริหารการศึกษา(เกียรตินิยมอันดับ ) จากนั้นใช้ชีวิตครูควบคู่ไปกับการเป็นนักร้องนักแต่งเพลงอยู่เกือบยี่สิบปี เป็นครูใหญ่ในโรงเรียนเล็ก ๆ ของจังหวัดอำนาจเจริญ และอุบลราชธานี  จนถึงปี ๒๕๔๓  เกิดมีความจำกัดด้านการ

 บริหารเวลา จึงขอลาออกจากราชการครู มาประกอบอาชีพอิสระเป็นนักแต่งเพลง สร้างสรรค์ผลงานการแต่งเพลง จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศและด้วยความสามารถ ทางด้านการใช้ภาษาไทย ทำให้ได้รับมอบ ปริญญากิตติมศักดิ์ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา ภาษาไทย จากสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ปี ๒๕๔๕

         การเรียนรู้

ครูสลา คุณวุฒิ เริ่มต้นการเรียนรู้เรื่องการแต่งเพลงจากความสนใจของตนเอง โดยมี ทุนศิลปินทางสายเลือด จากลุงและแม่ที่เป็นศิลปินพื้นบ้าน จากนั้นจึงเริ่มเรียนรู้ ลักษณะแบบครูพักลักจำ กับหลายคน เช่น ศิลปินบุญมาตาบอดประจำหมู่บ้าน และการฝึกฝนจากคนใกล้ชิด คือ พี่ชาย จนมีความสามารถในการเขียนหนังสือ แต่งกลอน และแต่งเพลงได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มศึกษา ค้นคว้าและเรียนรู้จากครูเพลงรุ่นเก่า คือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน และครูเพลงที่มีความชื่นชอบ ศรัทธาและมีผลงานเป็นที่ประทับใจในอดีตหลายคน เช่น ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูสุรินทร์ ภาคศิริ ครูลพ บุรีรัตน์ ครูชลธี ธารทอง หรือแม้แต่ครูด้านการแต่งกลอนลำอย่าง ครูเฉลิมพล มาลาคำ และ ครูสุพรรณ ชื่นชม
จากความสามารถด้านการเรียนที่อยู่ในระดับอัจฉริยะ คือ ครูสลา คุณวุฒิ สอบได้ที่ ๑ ของห้องเรียนมาโดยตลอด จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูอุบลราชธานี ในวิชาเอกวิทยาศาสตร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย ๓.๙๐ เมื่อศึกษาด้วย

ตนเองในระดับปริญญาตรี สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ เมื่อครั้งสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ได้เป็นลำดับที่ ๑ นอกจากนั้นยังสามารถสอบคัดเลือกในตำแหน่งครูใหญ่ได้เป็นที่ ๑ ของจังหวัดอุบลราชธานี
ครูสลา คุณวุฒิ นำเอาความสามารถเฉพาะตัวดังกล่าว มาประยุกต์ และ บูรณาการ กับ วิธีการคิดแบบวิทยาศาสตร์และผสมผสานกับประสบการณ์ชีวิตที่มีอยู่ จนสามารถนำเอาข้อมูลและวัตถุดิบ หยิบ "ประเด็น" กลั่นออกมาเป็น "คมความคิด" และนำมาใช้การแต่งเพลงจนเป็นที่ถูกใจกับคนฟังเพลงทุกระดับได้เป็นอย่างดี
ครูสลา คุณวุฒิ  มีผลงานการแต่งเพลงจากเพลงแรกในชีวิต คือเพลง อดีตรักทุ่งนาแห้ง และเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียงครั้งแรก คือ เพลง สาวชาวหอ ขับร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์ เมื่อ ปีพ.ศ. ๒๕๒๕ จนถึงปัจจุบัน มีผลงานเพลง

ทั้งในแนวเพลง เพื่อชีวิต ได้รับการบันทึกเสียงไปแล้วประมาณ ๓๐ เพลง เพลงลูกทุ่งประมาณ ๕๐๐ เพลงและยังแต่งกลอนลำให้กับนักร้องแนวหมอลำอีกประมาณ  ๒๐๐ กลอน รวมทั้งเพลงประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย
 ผลงานเพลงที่ครูสลา คุณวุฒิ แต่งเกือบทุกเพลงประสบความสำเร็จในระดับประเทศ ถือเป็นเพลงลูกทุ่ง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและได้รับรางวัลสูงสูดในระดับชาติมาแล้วหลายเพลง ก่อนปี ๒๕๔๐ คือ เพลง กระทงหลงทาง ขับร้องโดย ไชยา มิตรชัย และ เพลง จดหมายผิดซอง ขับร้องโดย มนต์สิทธิ์ คำสร้อย จากปี ๒๕๔๑ - ๒๕๔๒ คือ เพลง ยาใจคนจน ขายแรงแต่งนาง พี่เมาวันเขาหมั้น น้ำตาผ่าเหล้า ติด ร. หัวใจ ปี ๒๕๔๓ เพลง รองเท้าหน้าห้อง เหนื่อยไหมคนดี ขอคนรู้ใจ ปริญญาใจ หัวใจคึดฮอด กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ปี ๒๕๔๔ เพลง แรงใจรายวัน ทำบาปบ่ลง  นักสู้ ม.๓  ต้องมีสักวัน  สัญญากับใจ  เพื่อรักเพื่อเรา จากผลงานการแต่งเพลงเหล่านี้ ทำให้มีนักร้องดังระดับประเทศคือ ไมค์ ภิรมย์พร ศิริพร อำไพพงษ์ และ นักร้องอีกหลายคนที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน

   นอกจากนั้นครูสลา คุณวุฒิ ยังได้ชื่อว่าเป็น นักแต่งเพลงที่นักร้องหลายคนยอมรับว่าสามารถแต่งเพลงได้อย่างลงตัว ร้องง่ายและตรงกับเอกลักษณ์ของนักร้องแต่ละคน รวมทั้ง ยังเป็นนักแต่งเพลงคนเดียวที่สามารถแต่งเพลงให้กับนักร้องดังทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ที่สำคัญที่สุด คือ เพลงของครูสลา คุณวุฒิ มีเอกลักษณ์คือเป็นเพลงที่เข้าถึงคนทุกชนชั้นและสามารถนำเอาศิลปวัฒนธรรมอีสาน โดยเฉพาะด้านภาษาอีสาน นำเสนอได้อย่างลงตัวและเหมาะสมให้คนทั้งประเทศได้รู้จัก แต่ละเพลงยังได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจไว้ทุกเพลง สมกับที่ก้าวเดินออกมาจากสถาบันฝึกหัดครูและความเป็นครู ที่แม้จะลาออกจากชีวิตราชการครู แต่ยังคงสามารถถ่ายทอดความเป็น "ครู" สู่ "ลูกศิษย์" ที่เป็นนักร้อง ผ่านไปยังแฟนเพลงทั่วประเทศได้อย่างดีที่สุดในหลายผลงานเพลงที่ผ่านมา
ลักษณะเด่นของผลงานเพลงครูสลา คุณวุฒิ มี ๓ ประการ ดังนี้

๑. เพลงของครูสลา คุณวุฒิ เป็นเพลงที่มีหลายรูปแบบ มีลักษณะผสมผสานระหว่างเพลงไทยเดิม เพลงพื้นเมืองหมอลำ เพลงภาษาไทยกลางผสมภาษาอีสานและเพลงอื่นๆ เช่น เพลงตะวันตก เพลงของประเทศเพื่อนบ้าน เห็นได้จากทำนองคำร้อง มีลักษณะเฉพาะตัวทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกคล้อยตาม เกิดความสงสาร มีอารมณ์ขันเสียงหัวเราะ แต่งเนื้อร้องทันเหตุการณ์ ฟังได้ทุกยุคสมัย

  ๒. สาระเพลงของสลา คุณวุฒิ มีครบทุกประเภท เช่น กล่าวถึงความรักส่วนรวม คือ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความรักส่วนตัวระหว่างพ่อแม่กับลูก ความรักของคนหนุ่มสาว รักสัตว์ รักลูกศิษย์ ชีวิตชนบทในบางแง่มุม ปัญหาสังคม อาชีพ เศรษฐกิจ การแบ่งชนชั้น และเพลงที่เกี่ยวกับเทศกาล งานบุญประเพณีของอีสานได้อย่างน่าฟัง

  ๓. การใช้ภาษาในเพลงของครูสลา คุณวุฒิ มีการใช้คำง่าย ๆ ไม่ฟุ่มเฟือย เนื้อหาคมชัด การใช้คำไพเราะเหมาะสมกับอารมณ์เพลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลงลูกทุ่งหมอลำของครูสลา คุณวุฒิแทบจะทุกเพลงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสังคมอย่างกว้างขวางในยุคปัจจุบัน

         องค์ความรู้

ครูสลา คุณวุฒิ มีหลักในการเขียนเพลงที่เป็นระบบ ชัดเจน จัดวางองค์ประกอบและแยกส่วนด้วยประสบการณ์ที่ศึกษาจากครูเพลงรุ่นเก่า ๆ หลอมรวมเข้ากับบทเพลงของคนรุ่นใหม่ โดยมีเทคนิคและเคล็ดลับในการแต่งเพลงเป็น หลัก ๕ ประการในการแต่งเพลงของครูสลา คุณวุฒิ คือ " ขึ้นต้นต้องโดนใจ เนื้อในต้องคมชัด ประหยัดคำไม่วกวน ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา จบเรื่องราวประทับใจ" หมายถึง
๑. ขึ้นต้นต้องโดนใจ หมายถึง โดนใจผู้ฟังด้วยคำร้องหรือประโยคเด็ด ๆ แต่ถ้าหาประโยคเด็ด ๆ ไม่ได้ ก็ต้องใช้ทำนองขึ้นมาอุ้มเนื้อร้องให้ไปด้วยกัน ทำให้คนฟังสนใจตั้งแต่เริ่มแรก
๒. เนื้อในต้องคมชัด หมายถึง การเดินเรื่องให้คนฟังเห็นภาพ  หรือเรียกว่าให้มีกลิ่นของเพลงเพื่อให้คนฟังจินตนาการได้ว่าเพลงกำลังพูดถึงอะไรอยู่ เช่น ถ้าเป็น

 ชนบทก็ต้องมีฉากเถียงนา ทุ่งข้าว ทุ่งหญ้า ถ้าเป็นเรื่องหนุ่มจีบสาวห้างต้องมีฉากบันไดเลื่อนหรือสิ่งที่มีอยู่ในห้างสรรพสินค้า ถ้อยคำเหล่านี้ต้องมีในเพลงเพื่อให้คนฟังนึกภาพออก
๓. ประหยัดคำไม่วกวน หมายถึง การตัดคำฟุ่มเฟือยออก ถ้อยคำที่ใช้แทนตัวผู้หญิงอย่าง เนื้อเย็น เนื้อทอง ทรามวัย ที่หยิบมาใช้อย่างเกินความพอดี ทำให้เปลืองเนื้อที่โดยเปล่าประโยชน์
๔. ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา หมายถึง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเพลงนั้นเป็นเพลงแทนตัวเขาได้
๕. จบเรื่องราวประทับใจ การจบ คือ การสรุป ทั้งนี้อาจสรุปเป็นคำตอบที่ชัดเจน หรือหาคำตอบไม่ได้ต้องทิ้งเป็นคำถามเอาไว้

จากหลักการ ๕ ข้อ ครูสลา คุณวุฒิ ได้นำมาร้อยคำให้คล้องจองกัน ให้จำง่าย โดยใช้หลักการสำคัญที่ทำให้เพลงไพเราะน่าฟัง คือ การใช้คำภาษาไทยให้คุ้มค่า "คำทุกคำต้องทำงาน" โดยเฉพาะคำใน "ภาษาไทยอีสาน" ทำให้บทเพลงที่แต่งอยู่ในประเด็นและเห็นผลชัดเจน ซึ่งตามปกติสูตรในการแต่งเพลงทั่ว ๆ ไปที่นักแต่งเพลงทั้งเก่าและใหม่จะรู้กันดี คือการจัดวางลำดับท่อนเพลงไว้ ๔ ท่อนโดยให้ท่อนที่ ๓ เป็นท่อนแยกและท่อนที่ ๔ เป็นท่อนจบ ซึ่งโครงสร้างเพลงของครูสลา คุณวุฒิ ก็ใช้โครงสร้างนี้มาขยายความ แล้วใส่เทคนิคเฉพาะตัวลงไปโดยเรียบเรียงเป็นสูตร ดังนี้

ท่อนแรก ต้องยึดหลักว่าให้คนรู้เรื่องก่อน ถ้าเปรียบเป็นหนังสือพิมพ์ก็คือ การโปรยหัวข้อคำหรือถ้าเป็นความเรียงก็คือตัว บทนำ
ท่อนที่ ๒ คือ การขยายความจากท่อนแรก
ท่อนที่ ๓ คือ ท่อนแยก ซึ่งเปรียบเหมือนท่อนส่งอารมณ์ ต้องพยายามใส่คำเด็ด ๆ ลงไปรวมไปถึงเทคนิคการวางคำด้วย ท่อนแยกนี้สำคัญมากเพราะทำให้คนฟังติดหูง่ายกว่าท่อนอื่น ซึ่งหากเปรียบเพลงทั่วไปก็คือ ท่อนฮุค นั้นเอง
ท่อนที่ ๔ มีความสำคัญในแง่ของการรับลูกส่งจากท่อนแยก เพื่อให้งานสมบูรณ์

งานเพลงของครูสลา คุณวุฒิ จะเป็นเพลงที่ต้องมี พล๊อตเรื่อง หรือมีประเด็นของเรื่องก่อน ซึ่งเขาไม่ถนัดในการเขียนเพลงที่เน้นอารมณ์แบบนามธรรมแล้วลื่นไหลไปตามอารมณ์ แต่จะเขียนเพลงแบบมีโครงเรื่อง ซึ่งได้มาจากการเขียนเรื่องสั้นนั่นเอง" ดังนั้นงานเพลงของครูสลา คุณวุฒิจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและทำให้นักร้องมีชื่อโด่งดังมากที่สุด เช่น เพลง ยาใจคนจน ขับร้องโดย ไมค์ ภิรมย์พร และ ปริญญาใจ ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ และอีกหลายผลงานเพลงที่อยู่ในระดับที่ติดอันดับเพลงยอดนิยมในวงการเพลง ลูกทุ่งเมืองไทย

จากความสำเร็จในการก้าวมาสู่ นักแต่งเพลงลูกทุ่งมือทอง ของประเทศไทยในวันนี้ ครูสลา คุณวุฒิ ต้องขอบคุณสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ที่มีส่วนให้เขาได้มีโอกาสฝึกฝนวิชาความรู้และนำความรู้ที่ได้รับจากวิธีการเรียนและวิธีการคิดแบบวิทยาศาสตร์ตามสาขาที่เรียนมา ประยุกต์ใช้ในการแต่งเพลงได้อย่างเหมาะสม
 การเขียนกลอนลำ  ครูสลา คุณวุฒิ มีแนวทางเป็น หลักการเขียนกลอนลำ ของตนเอง โดยใช้ปรัชญา คือ
- เขียนงานเข้าหาชาวบ้าน ไม่ใช่ดึงชาวบ้านเข้ามาหางานของเรา
- นั่นคือ การนำเรื่องราวชีวิตของชาวบ้านมาเขียนกลอนลำให้ชาวบ้านฟัง ไม่ใช่สร้างเรื่องของเราขึ้นมาแล้วดึงชาวบ้านมาฟัง

ส่วน "วิธีการนำเสนอ"กลอนลำของครูสลา คุณวุฒิ ใช้หลักการ ดังนี้
- ด้านเนื้อหา ยังคงยึดแนวทาง ๕ ข้อ แบบเดียวกับการเขียนเพลงลูกทุ่ง คือ ขึ้นต้นต้องโดนใจ เนื้อในต้องคมชัด ประหยัดคำไม่วกวน ทำให้คนนึกว่าเป็นเพลงของเขา จบเรื่องราวประทับใจ
- ด้านรูปแบบ กลอนลำแต่ละประเภทมีจังหวะทำนองเป็นของตนเอง การเขียนเนื้อนอกจากกินใจแล้ว จะต้องไม่ขัดกับทำนองของกลอนลำแต่ละประเภท และการประยุกต์รูปแบบต้องกลมกลืน ที่สำคัญประยุกต์อย่างไรก็อย่าให้หมอลำเป็นอย่างอื่น เปรียบเหมือนทำส้มตำแม่ครัวจะใส่อะไรลงไปก็ได้ แต่จะต้องให้คงความมีรสชาติเป็นส้มตำ ถ้าฝืนทำส้มตำให้เป็นพิซซ่าคนกินก็รับไม่ได้
ด้วยหลักการเขียนกลอนลำดังกล่าวทำให้ครูสลา คุณวุฒิสามารถเขียนกลอนลำได้อย่างดี มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

        การถ่ายทอดความรู้

ครูสลา คุณวุฒิ มีการถ่ายทอดความรู้หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจทั้งการศึกษา
ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ อย่างแท้จริง คือ
๑. การศึกษาในระบบ ด้วยการเป็น วิทยากร ตามสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ บรรยายและสาธิต ให้ความรู้เรื่องการแต่งเพลง การร้องเพลงที่ปฏิบัติเป็นประจำ ตั้งแต่ขณะที่ยังรับราชการครูจนถึงปัจจุบันที่ได้รับเชิญเป็นประจำทั่วประเทศ

๒. การศึกนอกระบบ แบบระบบสอนทางไกล คือ ใช้การสื่อสารทางไปรษณีย์ และทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะการส่งผลงานเพลงมาให้พิจารณาทางไปรษณีย์ที่บ้านพัก ในจังหวัดอุบลราชธานี ที่สถานีวิทยุกระจายเสียง และบริษัท เป็นผลงานมาจากลูกศิษย์ทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลามากนัก แต่ครูสลาจะมีระบบและวิธีการพิจารณาผลงานให้กับทุกคน ถ้าหากผลงานดี จะนำเสนอบริษัทเป็นการสนับสนุนนักแต่งเพลงหน้าใหม่ให้มีโอกาสแจ้งเกิด และ

ถ้าผลงานไม่ผ่าน ครูสลาจะมีคำแนะนำ แก้ไขและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ระบบนี้แม้จะมีความจำกัดด้านเวลาบ้าง แต่ก็ยังมีลูกศิษย์ส่งผลงานมาให้พิจารณามากมาย
    
นอกจากนั้นยังมีการสอนทางโทรศัพท์ ขอรับคำแนะนำเรื่องการแต่งเพลงจากลูกศิษย์เป็นประจำ และยังมีลูกศิษย์ที่มาหาด้วยตนเองถึงบ้านพัก สถานีวิทยุ และที่ทำงานเป็นประจำบ่อยครั้ง ถึงวันนี้ครูสลา คุณวุฒิ ยังคงให้การต้อนรับ พบปะพูดคุย ให้คำปรึกษา แนะนำและเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มาหาทุกครั้ง จึงยังยืนยันได้ว่า ครูสลา คือ คนธรรมดาไม่ได้เป็น คนดังอย่างที่คิดแต่อย่างใด
๓. การศึกษาตามอัธยาศัย คือ แบบเป็นศูนย์การเรียนรู้อยู่กับที่ทาง สื่อวิทยุกระจายเสียง โดยการเช่าเวลาจากสถานีวิทยุในจังหวัดอุบลราชธานี ผลิตรายการวิทยุโดยมีรูปแบบการสอดแทรกความรู้เรื่องความเป็นมาเพลง และการแต่งเพลง นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมสนับสนุนลูกศิษย์ที่ส่งผลงานมาให้พิจารณา ถ้าเป็นเพลงดี จะนำเปิดออกอากาศเป็นกำลังใจให้กับผู้แต่งและผู้ร้องเป็นประจำ

ครูสลา คุณวุฒิ สามารถถ่ายทอดความรู้ของครูเพลงให้กับลูกศิษย์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งด้านการศึกษาในการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย โดยกลุ่มบุคคล ที่เกี่ยวข้อง ๓ กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ ๑ ในอดีตที่เคยเป็นครู อยู่ในโรงเรียน กับอาชีพครูกว่า ๒๐ ปี ทำให้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง ให้กับลูกศิษย์ทั้งในโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบและโรงเรียนในสังกัดอื่น รวมทั้งการเป็น วิทยากร ทางด้านการแต่งเพลงในสถาบันการศึกษาทุกระดับทั่วประเทศ

กลุ่มที่ ๒ ลูกศิษย์สายตรงที่อยู่ในความรับผิดชอบใน บริษัทแกรมมี่โกลด์ คือ การปั้นนักร้องอาชีพ การสนับสนุนนักแต่งเพลง ตามนโยบายของบริษัท ที่กำลังดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุน นักแต่งเพลงหน้าใหม่
กลุ่มที่ ๓ ลูกศิษย์นอกระบบที่มีอยู่ทั่วไป ที่ได้ให้คำแนะนำทางด้านการแต่งเพลง โดยส่วนมากมักจะนำผลงานมาให้ครูสลาดู ทั้งที่บ้านพักในจังหวัดอุบลราชธานี และสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งครูสลาได้ให้คำแนะนำเป็นเบื้องต้นกับทุกคน และในส่วนของการเป็นนักจัดรายการวิทยุได้มีโอกาสสอดแทรกความรู้ให้กับผู้ฟังและแฟนเพลงตลอดเวลา
ทั้ง ๓ กลุ่ม มีผลผลิตที่เป็นผลงานที่ชัดเจน เป็นความภูมิใจของ ครูสลา คุณวุฒิ ในการตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู จากชีวิตการรับราชการครูในระบบโรงเรียน มาเป็นครูเพลง ที่มีลูกศิษย์ลูกหาสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาได้อย่างเต็มที่เหมือนกัน

         การสนับสนุนส่งเสริมให้ศิลปินประสบความสำเร็จ

 ภายหลังจากที่ครูสลา คุณวุฒิ ได้ใช้ระยะเวลาและผลงาน พิสูจน์ความสามารถของตนบนถนนสายดนตรี จนประสบความสำเร็จด้วยตนเองแล้ว ด้วยความรู้สึกถึงความยากลำบากของตนเองในอดีต กว่าจะเดินทางมาสู่จุดนี้ได้ความรู้สึกที่เคยประสบกับความล้มเหลวมาก่อนมากมาย จึงให้ "โอกาส"กับศิลปินนักร้องทุกคน
 วันนี้ถนนทุกสายต่างมุ่งสู่ครูสลา คุณวุฒิ เพื่อให้ช่วยในการส่งเสริมสนับสนุนหลายคน ซึ่งครูสลา คุณวุฒิ ได้ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งทางตรง คือการส่งเสริมสนับสนุนตามความสามารถให้เป็น

นักร้องในสังกัดต่าง ๆ และ ทางอ้อม คือการให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไข และพร้อมที่จะให้โอกาสต่อไป ตามความสามารถและประสบการณ์ของศิลปิน แต่ละคน
 ศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ มีศิลปินที่ ครูสลา คุณวุฒิ ให้การสนับสนุนจนประสบความสำเร็จ จำนวนหลายคน เช่น ไมค์ ภิรมย์พร จากชุด ยาใจคนจน สายัณห์ นิรันดร จากชุดอกหักจากคาเฟ่ รองเท้าหน้าห้อง ศิริพร อำไพพงษ์ จาก ชุดปริญญาใจ แมน มณีวรรณ จากชุด พี่เมาวันเขาหมั้น แดง จิตรกร จากชุด น้ำตาผ่าเหล้า หัวใจคึดฮอด สำราญ บุญลาภ จากชุด เขามีอะไรกันแล้ว ติ๊ก สุรธรรม คำกลอง จากชุด รอยาล้างใจ ปอยฝ้าย มาลัยพร จากชุดปอยฝ้ายวอนแฟน ลูกแพร - ไหมไทย จากชุด แพ้รบสนามรัก ล้างแค้นด้วยน้ำตา เอกราช สุวรรณภูมิ จากชุด กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ไชยา มิตรชัย จากเพลง กระทงหลงทาง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย จากเพลง จดหมายผิดซอง ก๊อต จักรพรรณ์ อาบครบุรี จากเพลง ต้องมีสักวัน ดาบ ส. สันติ บุญถม จากเพลง คางคกอกหัก ชาย วรัญญู จากเพลง ติดรอหัวใจ เอกพล มนต์ตระการ จากชุด อวยพรน้องเพ็ญ หยาดเหงื่อเพื่อแม่ ต่าย จิราพร ศร สินชัย พิมพร ประไพพงษ์ และล่าสุด ต่าย อรทัย

 ในอนาคตบนถนนสายบันเทิงลูกทุ่งนี้จะยังคงมีศิลปินนักร้องเกิดขึ้นอีกมากมายที่ครูสลา คุณวุฒิ คงจะได้ให้ความช่วยเหลือ แนะนำ ส่งเสริม สนับสนุนต่อไป ถือเป็นอีกภารกิจหนึ่งซึ่งครูสลา คุณวุฒิ เคยบอกว่า แม้จะลาออกจากการเป็น " ข้าราชการครู" แต่ไม่ได้ลาออกจาการเป็น "ครู"

 วันนี้พิสูจน์แล้วว่า ครูสลา คุณวุฒิ ยังคงมีวิญญาณของความเป็นครูอยู่เต็มเปี่ยม คือ การเป็น "ครูเพลง" ที่มี "นักร้อง"เป็นลูกศิษย์ถ่ายทอดบทเพลงให้กับคนฟังทั่วประเทศ
 จากการที่ครูสลา คุณวุฒิ ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิด อุบลราชธานีเข้ามาทำงานที่บริษัทในกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นศูนย์รวมในการทำงานกับเครือข่ายได้ทั่วประเทศ ทุกภาค โดยมีโอกาสได้รับเชิญให้เดินทางไปทำงาน ด้านการเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงให้กับสถาบันการศึกษา องค์กรต่าง ๆ เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และเมื่อมีเวลาว่าง ครูสลา จะกลับมาพำนักกับครอบครัวที่บ้านพักในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เป็นบ้านเกิด ทันที เครือข่ายการทำงานของครูสลา คุณวุฒิจึงมีอยู่ทั่วไป ทั้งในฐานะ แฟนเพลง ลูกศิษย์ และผู้ติดตามผลงานตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้นยังสามารถประสานเครือข่ายการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นการเชื่อมโยงและประสานวัฒนธรรมและประเพณี ของสองฝั่งโขงได้อย่างลงตัว

ข้อมูลโดย อาจารย์จีรวัฒน์ สว่างวงศ์ (ศน.๗ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑)

เรื่องราวครูสลา คุณวุฒิ

กองทุนศิลปินฯ สลา คุณวุฒิ
 
 
 
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 
 

 07 เมษายน 2550 : เวลา 00:18 น.

   

 

www.onsorn.com

ติดต่อ Webmaster

 

Counters